ความเป็นมาของอาคารชุด

ด้วยเหตุว่าปัญหาเกี่ยวกับที่พักอาศัยภายในเขตเมืองได้เพิ่มทวีเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากการเพิ่มของปริมาณประชาชนอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีการย้ายถิ่นจากต่างจังหวัดสู่ในเมืองเพื่อเข้ามาหางานทำเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการจราจรติดขัดโดยเฉพาะในจังหวัดกรุงเทพ ซึ่งก่อความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนที่อยู่ตามปริมณฑล แต่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาทำงานในเมืองอย่างมาก และปัญหาที่ดินในเขตเมืองมี ราคาสูงโดยเฉพาะในย่านธุรกิจทำให้มีความสำคัญทีต้องสร้างอาคารให้สูงขึ้น เพื่อการใช้ที่ดินในเขตเมือง ได้รับประโยชน์คุ้มทั้งยังรัฐบาลเองก็ได้ เล็งเห็นผลดีในระบบอาคารชุดซึ่งได้ใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วในต่าง ประเทศ ก็เลยได้คิดเริ่มที่จะนำระบบเจ้าของคอนโดมิเนียมมาบังคับใช้เป็นข้อบังคับซึ่ง สอดคล้องกับนโยบายของการเคหะแห่งชาติที่ต้องการข้อบังคับอาคารชุดเพื่อผู้ เช่าซื้อตึกแฟลตของการเคหะแห่งชาติได้เจ้าของในตึกแฟลตนั้นและก็จะต้อง การจะตัดภาระเรื่องการดูแลรักษาตึกแฟลตเหล่านั้นด้วย

ในปี พ.ศ.2511 กระทรวงมหาดไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประชุมสัมนาเกี่ยวกับอาคารชุดที่ฮาวาย และเมื่อกลับมาแล้วได้รายงานผลของการสัมมนาให้กระทรวงมหาดไทยรู้ พร้อมด้วยเสนอความเห็นว่าในอนาคตอาจจะมีการผลิตอาคารชุดขึ้นในประเทศไทย จำเป็นจะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์บังคับใช้ เพื่อประชาชนสามารถ ซื้อห้องชุดได้โดยมีสิทธิในแต่ละหน่วยเป็นเอกเทศ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็เห็นชอบด้วย จึงได้เสนอคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเพื่อขอ รับแนวทางในเรื่อง นี้ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยและมีมติให้ตั้งคณะกรรมการ ขึ้นเพื่อพิจารณาชูร่างกฎหมายขึ้นบังคับถัดไป สำหรับการชูร่างกฎหมายนี้ได้อาศัยกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส กฎหมายของฮาวาย และก็กฎหมายของบางประเทศในยุโรปเป็นหลักในการร่าง เมื่อร่างเสร็จแล้วได้เสนอ คณะรัฐมนตรีแล้วก็ส่งให้คณะกรรมการพระราชกฤษฏีกาตรวจพิจารณาเมื่อท้ายปี พุทธศักราช 2516 สำหรับการพิจารณาคณะกรรมการพระราชกฤษฏีกาได้เจอปัญหาหลายประการ

อีกทั้งในข้อกฎหมายและทางปฏิบัติ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความเป็นนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ไม่มีลักษณะเป็นนิติบุคคลที่ถูกแม้ว่าจะมีข้อบังคับข้อกำหนดให้เป็นนิติบุคคลก็ไม่พอสมควรที่จะตรากฎหมาย ให้มีนิติบุคคลในลักษณะที่ไม่มีตัวตน และไม่มีสินทรัพย์ใดๆเลยอีกทั้งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอกด้วย ในที่สุดคณะกรรมการพระราชกฤษฏีกาได้เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีให้หยุดร่างพระราชบัญญัติไว้ก่อนจนกว่ากระทรวงผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้จะหาวิธีการจัดการคอนโดมิเนียมได้ใหม่โดยเหมาะสม ซึ่งมีผลทำให้การประกาศใช้ข้อบังคับอาคารชุดต้องล่าช้าไปเป็นเวลาหลายปี

แต่ กระทรวงมหาดไทยได้พยายามพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆเรื่อยๆมา ท้ายที่สุดได้ มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติเป็นเจ้าของเรื่องและภาควิชา รัฐมนตรีได้แต่งคณะกรรมการพิจารณาชูร่างขึ้นใหม่ จนถึงออกมาเป็นพ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับอยู่ในตอนนี้ โดยได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ฉบับพิเศษตอนที่ 67 ตอนวันที่ 30 เดือนเมษายน 2522 รวมทั้งส่งผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 28 เดือนตุลาคม 2522 เป็นต้นไป

เรามุ่งมั่นเป็นบริษัทบริหารอาคาร ที่มีขีดความสามารถในการให้บริการเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด บริหารจัดการอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร การจัดการชุมชนให้น่าอยู่ มีความยุติธรรมและโปร่งใส พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจมืออาชีพ ที่มีความพร้อมและเปี่ยมด้วยศักยภาพ มีชื่อเสียงในด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ TS PROPERTY.

  • จดทะเบียนอาคารชุด
  • จดทะเบียนหมู่บ้านจัดสรร
  • ที่ปรึกษาโครงการอาคารชุด
  • ที่ปรึกษาโครงการหมู่บ้านจัดสรร
  • งานด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์
  • ที่ปรึกษางานวิศวกรรมอาคาร
  • บริษัทบริหารอาคาร
  • บริหารจัดการหมู่บ้านจัดสรร

มืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการทรัพย์สินอย่าง มีคุณภาพโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตคนในสังคมการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่มีมาตรฐานในระดับสากล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ โครงการ สร้างมูลค่าเพิ่มของทรัพย์สินมีการจัดการที่เป็นระบบมีคุณธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยทีมงานผู้ชำนาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี ในการร่างข้อบังคับนิติ บุคคลอาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร เพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของเจ้าของผู้อยู่อาศัยในโครงการอสังหาริมทรัพย์   ติดต่อเราสิคะ บริษัทบริหารอาคาร   thaiassetproperty.com/