แหวนเพชรควรเลือกซื้ออย่างรอบคอบ

แหวนเพชร

การเลือกซื้อเพชร แหวนเพชร การเลือกซื้อเพชร แหวนเพชรหรือเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูงนั้น ควรจะพิจารณา ตรวจสอบ เปรียบเทียบ อย่างรอบคอบครับ นอกจายปัจจัย 4Cs แล้วยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ที่ผู้ซื้อควรพิจารณาด้วยครับ

1. กำหนดงบประมาณและรู้ถึงความต้องการ สำหรับแหวนหมั้น โดยมากตามบ่าวสาว มักกันงบประมาณ 2-3 เท่าของเงินเดือนครับ เช่นเงินเดือน 30000 บาท ก็อาจกันงบสำหรับแหวน 60000-90000 บาทครับ

2. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม กำหนดคุณสมบัติเพชรที่ต้องการ เนื่องจากเพชรมีราคาสูง จึงควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ 4cs และปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อความสวยงามของเพชร เมื่อมีความรู้พอสมควร คราวนี้ก็ได้เวลาตัดสินใจแล้วครับ ว่าเราจะให้ความสำคัญกับปัจจัยใดมากกว่า เช่น อยากได้เพชรเม็ดใหญ่ที่สุุดเท่าที่งบอำนวย ก็อาจดูเพชรสีปานกลาง I-J/VS1-2 หรือในกรณีที่เราต้องการเพชรสีสูงๆ ก็อาจดูเป็นเพชรน้ำ 100-98 (D-F)

3. สำรวจตลาดเมื่อเราตั้งงบประมาณและมีคุณสมบัติเพชรในใจแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาลองสำรวจตลาดแล้วครับ ลองเปรียบเทียบราคาเพชรดูสักสอง สามร้าน เราก็จะพอได้ไอเดียคร่าวๆแล้วครับ ว่าราคาเพชรที่เราต้องการประมาณเท่าไหร่ จำไว้ว่าให้เทียบเพชรที่เกรด คุณภาพเดียวกันเสมอนะครับ ไม่ใช่ว่าดูร้านนึงเป็น G/VS1 ถูกกว่าอีกร้านที่เป็น E/VS1 สำหรับเพชรที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ (เช่น 30 ตังค์ขึ้นไป) แนะนำให้ซื้อเพชรที่มีเซอร์เท่านั้นนะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นเพชรแท้ (ไม่ใช่ เพชรโมอีส หรือคิวบิก) และคุณภาพตรงกับที่ทางร้านกล่าวอ้าง

4. เลือกร้าน/เลือกเพชร หลังจากลองสำรวจตลาดดูสักสอง สามร้านแล้ว เราคงจะได้ร้านที่ถูกใจทั้ง ราคา คุณภาพและการบริการ คราวนี้ก้อถึงเวลาเลือกซื้อเพชรแล้วครับ ผมขอไม่กล่าวถึงเรื่อง 4cs แล้วนะครับเพราะได้กล่าวถึงแล้วใน บทความก่อน คราวนี้ลองดูปัจจัยอื่นๆ ที่ควรระวังเวลาเลือกซื้อเพชรนะครับ ให้สังเกตใน certificate ว่าเพชรมีฟลูออเรสเซนรึป่าวครับ ถ้าไม่มี หรือถ้ามีเป็น slight, faint (จางๆ) ถือว่าดีครับ ถ้าเป็น medium หรือ strong อันนี้ไม่ดีครับ ประกายเพชรจะหมอง และเพชรดูฝ้าครับ จุดสังเกตอีกอันที่ควรระวังคือเรื่องความลึกของเพชรครับ %ความลึกของเพชร (ความลึกเพชร/เส้นผ่านศูนย์กลางเพชร) ไม่ควรเกิน 63% ครับ ไม่งั้นเพชรจะดูหน้าแคบ และเล็กกว่าที่ควรจะเป็น สุดท้ายที่ควรระวัง คือความหนาของขอบเพชร (girdle) ครับ ขอบเพชรที่ดีจะอยู่ระหว่าง Thin-Slightly thick (บางถึงหนาเล็กน้อยครับ) ถ้าเป็น medium ก็ดีครับ แต่ถ้าเป็น Very thin, thick, very thick ไม่ค่อยดีครับ ถึงขั้นตอนนี้ เราคงเหลือเพชรให้พิจารณาอีกไม่กี่เม็ดแล้วครับ 🙂

5. ตรวจสอบเพชรอย่างละเอียด – ขั้นตอนสุดท้าย ลองตรวจสอบเพชรแต่ละเม็ดอย่างละเอียดอีกครั้ง ถ้าเพชรมียิงเลเซอร์เบอร์ certificate ที่ขอบ ลองดูว่าหมายเลขตรงกันรึป่าว หรือถ้าเป็นเพชรที่อยู่ในซีลที่ยังไม่แกะก็ดีครับ ลองใช้ loupe ส่องดูเพชรอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่ามีตำหนิที่มีสี ที่เห็นได้ง่ายรึป่าว ถ้าเราสามารถเห็นตำหนิได้ง่ายๆ แสดงว่าเพชรเม็ดนั้นเกรดต่ำกว่า VS2 เป็น SI แล้วครับ ถ้าเราหาแล้วหาอีกไม่เจออาจเป็น VVS หรือ VS ก็ได้ครับ ถ้าในใบเซอร์มีการพล็อตตำแหน่งตำหนิ ให้เลือกเม็ดที่มีตำหนิอยู่ที่ขอบๆหรือด้านหลังจะดีกว่าเพชรที่มีตำหนิกลางหน้าครับ

6. การตรวจสอบ Heart&Arrow สำหรับกรณีที่เพชรเม็ดนั้นเป็น Heart&Arrow วิธีตรวจสอบให้สังเกตว่าเห็นลูกศรชัดเจนทั้ง 8 ดอกและมีขนาดเท่ากัน เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร และเมื่อมองจากด้านหลังเพชร เป็นรูปหัวใจชัดเจนแปดดวง และมีขนาดเท่ากัน

7. การเลือกตัวเรือน – หลังจากเลือกเพชรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเลือกตัวเรือนแล้วครับ ว่าจะใช้เป็น white gold, pik gold หรือถ้างบประมาณอำนวยก็อาจเลือกเป็น platinum (ราคาจะแพงกว่าทอง 2-3 เท่าครับ แต่สีเงินตามธรรมชาติและไม่ดำ ข้อควรระวังสำหรับ platinum คือไม่สามารถแก้ขนาดขึ้นลงได้มากนักในภายหลัง ถ้าเราเป็นคนที่น้ำหนักเปลี่ยนแปลงขึ้นลงมากๆ ไม่แนะนำครับ)เมื่อได้แบบที่ถูกใจ ถ้าเป็นไปได้ให้ลองสวมด้วยนะครับ เพราะบางครั้งแหวนดูสวย แต่พอใส่แล้วไม่เหมาะกับนิ้วเรา

8. ปัจจัยอื่นๆ – ปัจจัยอื่นๆที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเลือกซื้อแหวนเพชร เราควรสอบถามเรื่องนโยบายการขายคืน หรือการแลกซื้อวงใหม่ด้วยครับ บางครั้งเราอาจคิดว่าไม่สำคัญ แหวนแต่งงานเรา เราไม่ขายอยู่แล้ว แต่อนาคตไม่แน่นอนครับ เราอาจร้อนเงินภายหลังก็ได้ ถ้าไม่สอบถามหรือตกลงกันให้เรียบร้อย ภายหลังเราต้องการนำมาขายคืนเกิดทางร้านไม่รับซื้อ เสียความรู้สึกแย่ครับ ควรตกลงกันให้เรียบร้อย ถ้าจะให้ดีเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรยิ่งดีครับ อีกเรื่องคือการบำรุงรักษาครับ สอบถาม ตกลงกันให้เรียบร้อยว่า ถ้านำมาขัดชุบมีบริการให้ฟรีรึป่าว หรือเสียค่าบริการยังไง ผมเคยเจอบางร้านคิดค่าขัดชุบแหวนตั้ง หนึ่งพันบาท แพงมากๆเลยครับ บางคนไม่ทราบคิดว่าราคานี้เป็นราคาปกติ จริงๆแล้วค่าขัดชุบสำหรับเครื่องประดับชิ้นเล็ก อย่าง แหวน จี้ ไม่น่าเกิน 300-400 ครับ ถ้าเป็นเครื่องประดับชิ้นใหญ่อย่าง สร้อยคอ เป็นไปได้ครับว่าอาจถึงหลักพัน

One comment

  • ก่อนจะซื้อเพชร ถ้าเรามีความรู้อยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย ก็จะเป็นการดี
    ถ้าเจอร้านที่ตั้งใจหลอก อย่างน้อย เค้าก็ไม่กล้าหลอกเราครับ
    และถ้าเรารู้เรื่องมากขึ้น ก็จะทำให้เราคุยกับผู้ขายได้ตรงกับความต้องการของเรามากขึ้น
    ได้ของคุ้มความต้องการมากขึ้น

    หลักการเลือกซื้อเพชรง่ายๆ เรียกว่า 4C
    ประกอบด้วย C ทั้ง 4 ตัว ได้แก่
    Clarity ความสะอาด ยิ่งสะอาด ก็ยิ่งมีราคาสูง
    Color สี ยิ่งสีขาวก็จะยิ่งมีราคาสูงกว่าเหลือง
    Cutting การเจียระไน ยิ่งเจียระไนดี ก็จะมีราคาสูง เคยได้ยินไหมครับ เพชรเนื้อดีแค่ไหน เจียไม่สวยก้ไม่เกิดประกาย
    Carat น้ำหนักกะรัต ยิ่งเม้ดใหญ่ ก็จะยิ่งมีราคา อย่างเช่น เพชร 50 ตังค 2 เม้ด รวมกันก็หนัก 1 กะรัต แต่ราคาถูกกว่าเพชรขนาด 1 กะรัตเม้ดเดียว
    เพราะผลึกใหญ่ๆ ในธรรมชาติ หาได้ยากกว่านั่นเองครับ

    4C เป็นหลักที่ทาง GIA สถาบันอัญมณีระดับโลกได้ตั้งขึ้นครับ เป็นหลักที่นักอัญมณีศาสตร์ใช้ตัดเกรดคุณภาพของเพชร
    เวลาเลือกซื้อเพชรทั้งมีใบเซอร์ หรือไม่มีก็ต้องดูตามนี้
    เพียงแต่ถ้ามีใบเซอร์ของสถาบันระดับโลกเช่น GIA HRD จากร้านที่ไว้ใจได้ก็โอเค แต่ถ้าซื้อจากร้านทั่วไป ที่ไม่มีความรู้ ก็อาจจะต้องระวังเซอร์ปลอมก็มีระบาดในตลาดเช่นกันครับ
    แต่ถ้าไม่ได้ซื้อจากใบเซอร์ ก็ต้องดูที่หน้าของครับ

    อย่างเช่นสำหรับผู้มีงบประมาณจำกัด ก้อาจจะไปลองพิจารณาดูว่า ทั้ง 4C เราจะลดความสำคัญของ C ตัวไหนลง เพื่อไปเน้นความสำคัญของตัวอื่น
    เช่น บางคนอาจจะอยากได้เพชรขาววิ๊งๆๆ เลย แต่มลทินตำหนิภายในรับได้ เพราะเป็นของธรรมชาติ และตาเปล่ามองไม่เห็น แต่อันนี้แนะนำว่าไม่ควรมีตำหนิรอบแตกนะครับ เนื่องจากต่อให้มองไม่เห็น แต่ก็อาจจะวิ่งร้าวต่อได้เมื่อเกิดการกระแทกเป็นต้น
    หรือถ้าเราบอกว่า อยากได้เพชรที่ใหญ่ๆ หน่อย ดูเด่นดี เราก็อาจจะลดค่าสีลง ติดนวลนิดหน่อยได้ ไม่เป็นไร แต่ขอราคาย่อมเยาว์
    แต่ตอนนี้ก็มีสาวๆ หลายท่านบอกว่า ใหญ่ๆ ไม่เอา ใส่แล้วอันตราย
    ขอเล้กๆ แต่เจ๋งๆ ทั้งสีขาวมาก และสะอาดมากเลยละกัน จะได้ใส่ทุกๆ วันได้
    เห็นไหมครับ เราควรรู้ความต้องการของตัวเองก่อน ก็จะทำให้เวลาไปที่ร้าน เราสามารถเลือกสินค้าได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
    เนื่องจากเรากำลังจะไปซื้อเพชรอยู่แล้ว อยากให้ไปเลือกซื้อด้วยความสบายใจ ไม่อยากให้กลัวร้านค้าจนทำให้ช่วงเวลาที่น่าจะมีความสุข กลายเป็นช่วงที่กังวลแทน
    อีกเรื่องคือ เลือกจากทั้งร้านแล้ว เหลืออยู่ 2 วงที่ชอบทั้งคู่เลย เลือกไม่ได้ระหว่าง สองวง
    ขอแนะนำว่าลองใช้ใจเลือกดูครับ ของแบบนี้ ไม่ใช่แค่เราเลือกเค้านะครับ เค้าก็จะเลือกเจ้าของด้วยเหมือนกัน
    เพชรเกิดอยู่ใต้โลกมากหลายพันล้านปี ผมเชื่อว่า เค้ามีบางสิ่งบางอย่างในตัวเอง เค้าก็จะเลือกเช่นกันว่าอยากมาอยู่กับเรา
    ยิ่งเราใส่เค้า ก็จะยิ่งผูกพันธ์กันมากขึ้นครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *